skip to main |
skip to sidebar
จัดทำบทความโดย น.ส.ณัฐชนน ธีรจารุกุล เลขทะเบียน 5001103061
เรื่อง วิธีการวางแผนงานและการจัดทำงบประมาณทางการเงินสำหรับธุรกิจมี 2 ลักษณะคือ
1. Top-down management คือวิธีการวางแผนที่เริ่มจากคิดเป้าหมายรวมของธุรกิจในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในแผน แล้วจึงพิจารณาถึงกิจกรรมต่าง ๆ หรือกิจกรรมย่อยที่จะรวมกันเพื่อบรรลุถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ วิธีการนี้ ใช้มากในการวางแผนระยะยาว เช่น บริษัทหรือร้านค้าต้องการเพิ่มกำไรปีละ20% ติดต่อกันเป็นเวลา 5 ปี ฝ่ายบริหารจำเป็นต้องพิจารณาถึงรายได้ที่จะได้รับเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น แล้วนำเป้าหมายรายได้นั้นมากำหนดเป็นทุนและค่าใช้จ่ายอื่นที่ต้องใช้ทั้งหมด ผลของวิธีการนี้ก็คือ งบประมาณหรือแผนงานทั้งหมดของธุรกิจซึ่งจะสอดคล้องกับเป้าหมายธุรกิจที่ได้กำหนดขึ้นตั้งแต่เริ่มต้น
2. Bottom-up management คือวิธีการวางแผนที่เริ่มต้นจากแต่ละแผนกหรือส่วนงานพยากรณ์แยกกันในการคาดคะเนประมาณส่วนประกอบของกิจกรรมต่าง ๆ ของธุรกิจ โดยคิดเป็นงบประมาณของแต่ละแผนก จากนั้นจึงจะนำมารวมเข้าด้วยกันเป็นแผนการทางการเงินรวมของธุรกิจ
ในธุรกิจขนาดใหญ่จะใช้วิธีการทั้ง 2 ลักษณะเข้าด้วยกัน คือฝ่ายบริหารจะกำหนดแผนงานหลักตามเป้าหมายของธุรกิจขึ้น ส่วนแผนกต่าง ๆ ก็ทำงบประมาณของแต่ละส่วนขึ้น แล้วจึงนำมารวมกันเข้าและเปรียบเทียบกับแผนงานหลักที่ได้กำหนดขึ้น
ในการควบคุมเกี่ยวกับงบประมาณหรือการเงินขององค์การ ต้องมีการจัดการโครงสร้างทางการเงินขององค์การหรือของธุรกิจ ซึ่งเป้าหมายหลักส่วนหนึ่งขององค์การคือการให้เกิดกำไรสูงสุด และการลดความเสี่ยงภัยของธุรกิจโดยกำหนดสัดส่วนของการถือสินทรัพย์ว่าควรอยู่ในรูปใด เช่น รูปของเงินสด การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ หรือการถือในรูปของหลักทรัพย์ที่ไม่มีความเสี่ยงในรูปพันธบัตรรัฐบาล ฯลฯ นอกจากนั้นควรมีการจัดโครงสร้างทางการเงินของธุรกิจเกี่ยวกับการจัดหาเงินทุนที่ธุรกิจต้องการใช้ การจัดสรรเงินทุนหมุนเวียน การลดหนี้ผูกพัน การยืดเวลาชำระหนี้ การจัดสรรลงทุนสินทรัพย์ที่มีให้เหมาะสมกับทุนขององค์การและเงื่อนเวลาที่จำกัด การกำหนดนโยบายการจ่ายปันผลให้สัมพันธ์กับสินทรัพย์และโครงสร้างทางการเงิน ซึ่งวิธีการจัดการด้านการเงินเพื่อประโยชน์ในด้านการทำกำไรคือการควบคุมต้นทุนด้านต่างๆ อาทิ ต้นทุนการผลิต ค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยที่ทางฝ่ายการเงินหรืองบประมาณควรจัดทำระบบบัญชีและสามารถวิเคราะห์ต้นทุนด้านต่างๆ พร้อมเสนอวิธีการลดต้นทุนให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจสามารถมองเห็นภาพชัดเจนเพื่อพิจารณาได้ และมีการพยากรณ์ผลกำไรในอนาคต โดยต้องมีการวางแผนการขายการพยากรณ์ปริมาณที่จะขายได้ คาดคะเนค่าใช้จ่ายในอนาคต วางแผนการขยายงานในอนาคต เพื่อให้ทราบล่วงหน้าว่าจะสามารถทำกำไรเพิ่มขึ้นได้มากน้อยเพียงไร และต้องมีการเตรียมการล่วงหน้าอย่างไรบ้าง หรือควรจะมีการตัดสินใจเพื่อการลงทุนในอนาคตอย่างไร
ที่มา http://www.pharmacy.cmu.ac.th/pharmcare/pharad/invest01.htm
คำถาม
- Top-down management คือ.....
- Bottom-up management คือ.....
- ในธุรกิจขนาดใหญ่จะใช้วิธีการทั้ง 2 ลักษณะเข้าด้วยกันอย่างไร
จัดทำบทความโดย น.ส.บุญธิดา บุญมี เลขทะเบียน 5001103042
เรื่อง"ระบบบัญชีและการวิเคราะห์งบการเงินมีความสำคัญอย่างไร"
เป้าหมายของการบริหารกิจการ ไม่ว่าจะเป็นกิจการที่มุ่งแสวงหากำไรหรือไม่ คือการดำเนินกิจกรรมได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยปัจจัยหนึ่งที่จะไปสู่ความสำเร็จ คือ การบริหารการเงิน การบริหารกำไรอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน
การบริหารการเงินคือ การจัดวางกลยุทธ์ทางการเงินที่จะดำรงความคล่องตัวทางการเงิน ในขณะที่สามารถทำกำไร เพื่อให้มีเงินเพียงพอต่อการดำเนินกิจกรรมได้อย่างต่อเนื่อง สามารถอยู่รอดและขยายธุรกิจในระยะยาว
การที่กิจการจะสามารถบรรลุเป้าหมายของตัวเองได้คือ การที่จะต้องรู้สถานะของตนเอง โดยการประมวลผลการดำเนินงาน เพื่อใช้ในการประเมินผลการทำงาน และปรับปรุงแก้ไขกลยุทธ์ หรือการทำงาน
การศึกษาที่มาของฐานะการเงิน วิเคราะห์สภาพปัจจุบัน เพื่อประเมินคุณภาพของการจัดการด้านการเงินของกิจการ โดยเริ่มต้นจากการศึกษางบการเงินในอดีต 2-3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากงบการเงินเป็นรายงานที่แสดงผลประกอบการในเชิงเศรษฐศาสตร์ เป็นผลของการดำเนินตามกลยุทธ์และการตัดสินใจของผู้บริหาร งบการเงินจึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยศึกษาแนวทางการดำเนินธุรกิจของกิจการ ด้วยการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของอัตราส่วนทางการเงินในอดีตเพื่อดูความเป็น มาที่มีผลต่อสถานะในปัจจุบัน และวิเคราะห์แนวโน้มในอนาคต
งบการเงินมีความสำคัญต่อบุคคลหลายฝ่าย เช่น ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้น เพราะงบการเงินแสดงให้เห็นถึงฐานะของกิจการ นโยบาย และผลการดำเนินงานของกิจการในอดีตและปัจจุบันว่าประสบความสำเร็จมากน้อย เพียงใด การวิเคราะห์งบการเงินทำให้ทราบจุดเด่นและจุดด้อยของกิจการ ทั้งยังช่วยในการควบคุมทางการเงินในอันที่จะเตือนให้ทราบว่าฐานะของกิจการ เป็นอย่างไรบ้าง ความสามารถในการชำระหนี้ สมรรถภาพในการหากำไรและสมรรถภาพในการดำเนินงาน หากธุรกิจพบปัญหาในการดำเนินงานจะได้แก้ไขสถานการณ์ได้ทันท่วงที นอกจากนี้ยังสามารถนำข้อมูลในงบการเงินมาทำการวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์หรือคาด การณ์ถึงผลการดำเนินงานของกิจการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
การจัดทำงบการเงินเป็นผลลัพธ์จากการเก็บรวบรวมข้อมูลทางการเงินที่ เกิดขึ้นในองค์กร ซึ่งในการบันทึกข้อมูลเหล่านั้นมีข้อจำกัดในตัวเองที่จะต้องค้นหาเบื้องหลัง ที่มีนัยสำคัญของตัวเลขต่าง ๆ ในงบการเงินเพื่อประกอบการวิเคราะห์ และโดยเฉพาะปัญหาของคุณภาพของงบการเงินของบางแห่ง ที่อาจจะมีสาเหตุมาจาก
ผู้ประกอบการไม่เห็นความสำคัญของการจัดทำบัญชี
ปัญหาการจัดหาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถพอในการจัดทำบัญชีการเงิน
ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องศึกษาระบบงานบัญชีของกิจการด้วย เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันอุปสรรคและปัญหาการทำงานด้านนี้ และหาความต้องการที่แท้จริงของผู้บริหารต่อการพัฒนางานด้านบัญชีและการเงิน
ที่มา http://www.tpa.or.th/shindan/detail.php?page=finance_account
คำถาม
- การบริหารการเงินคืออะไร
- การที่กิจการจะสามารถบรรลุเป้าหมายของตัวเองได้คืออะไร
- การศึกษาที่มาของฐานะการเงิน วิเคราะห์สภาพปัจจุบัน เพื่ออะไร
จัดทำบทความโดย น.ส.เกศยาเปี่ยมทอง เลขทะเบียน 5001103049
เรื่อง วัตถุประสงค์หรือเป้าหมายในการบริหารการเงิน
โดยทั่วไปมักเข้าใจว่าวัตถุประสงค์ของการบริหารการเงิน คือ การแสวงหากำไรสูงสุดหรือผลประโยชน์ตอบแทนสูงสุด (Profit Maximization) แต่แท้ที่จริงแล้ววัตถุประสงค์นี้ไม่ใช่วัตถุประสงค์ที่ดีเสมอไป เนื่องจากการแสวงหากำไรสูงสุดนั้นไม่ได้คำนึงถึงความพยายามที่ได้ทำลงไปในรูปของการเพิ่มเงินลงทุนหรือเพิ่มจำนวนหุ้นสามัญ นั่นคือไม่ได้คำนึงถึงความมีประสิทธิภาพ (Efficiency) ในการบริหาร ดังนั้นเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ของการบริหารการเงินก็คือ การแสวงหากำไรสูงสุดภายใต้ความมีประสิทธิภาพซึ่งหมายความว่า มีการใช้ความพยายามน้อยที่สุด แต่ได้รับผลตอบแทนมากที่สุด เมื่อเทียบกับกำไรและเงินลงทุนที่ธุรกิจได้รับ ซึ่งเรียกว่ากำไรต่อความพยายามสูงสุด โดยที่จะต้องคำนึงถึงความเสี่ยงทางธุรกิจ (Business Risk) และระยะเวลาของการได้รับผลตอบแทนด้วย ซึ่งก็คือ เป้าหมายในการแสวงหาความมั่งคั่งสูงสุด (Wealth Maximization หรือ Maximize Share Holder Wealth) คือ การแสวงหาความมั่งคั่งขั้นสูงสุดให้กับผู้ถือหุ้นสามัญ สรุปแล้วเป้าหมายในการบริหารการเงิน คือ การแสวงหาความมั่งคั่งสูงสุด นั่นคือ การมีกำไรสูงสุดภายใต้ความมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงความเสี่ยงภัยทางธุรกิจที่ยอมรับได้และภายในระยะเวลาของการได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสมที่สุด การแสวงหาความมั่งคั่งสูงสุด หมายถึง ความมั่งคั่งของผู้ถือหุ้นสามัญซึ่งเป็นเจ้าของกิจการที่แท้จริง โดยวัดได้จากราคาตลาดของหุ้นสามัญที่สูงขึ้น ดังนั้นเป้าหมายในการบริหารการเงินก็คือ การแสวงหาความมั่งคั่งสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญหรือการทำให้ราคาตลาดของหุ้นสามัญมีราคาสูงที่สุดนั่นเอง หน้าที่ทางการเงินเพื่อให้ธุรกิจบรรลุเป้าหมายในการบริหารการเงิน คือ มีความมั่งคั่งสูงสุด จะต้องมีการจัดการที่ดีในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการเงิน การผลิต การตลาด การบัญชี บุคลากร และด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหน้าที่หนึ่งที่มีความสำคัญคือหน้าที่ทางการเงินนั่นเอง
หน้าที่ทางการเงิน (Financial Function) ประกอบด้วยหน้าที่หลัก ๆ คือ
คำถาม
- เป้าหมายในการบริหารการเงิน คืออะไร
- หน้าที่ทางการเงิน (Financial Function) ประกอบด้วยหน้าที่หลัก ๆ คืออะไร
- เป้าหมายในการแสวงหาความมั่งคั่งสูงสุด (Wealth Maximization หรือ Maximize Share Holder Wealth) คืออะไร